แชร์

วิธีใช้งาน Smart Key Box สำหรับมือใหม่

อัพเดทล่าสุด: 25 มิ.ย. 2026
80 ผู้เข้าชม
วิธีใช้งาน Smart Key Box สำหรับมือใหม่

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมอุปกรณ์ก่อนเริ่ม
ก่อนติดตั้ง กล่องเก็บกุญแจอัจฉริยะ EasyLife เตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อม

  1. ถ่าน AA อัลคาไลน์ 2 ก้อน — ไม่รวมอยู่ในกล่อง แนะนำซื้อยี่ห้อดีเช่น Energizer หรือ Duracell เพราะมีผลต่ออายุการใช้งาน

  2. สมาร์ทโฟน ทั้ง iOS และ Android ใช้ได้ พร้อมอินเทอร์เน็ตสำหรับดาวน์โหลดแอป

  3. สว่านและน็อต ถ้าต้องการยึดกับผนัง อุปกรณ์ยึดมาให้ในกล่องแล้ว

  4. กุญแจสำรอง เตรียมกุญแจที่ต้องการจัดเก็บไว้ใน กล่องเก็บกุญแจอัจฉริยะ EasyLife

ขั้นตอนที่ 2 ติดตั้งกล่องในตำแหน่งที่เหมาะสม
การเลือกตำแหน่งติดตั้งสำคัญมาก แนะนำให้เลือกจุดที่

  1. เข้าถึงสะดวก ผู้ที่ต้องการใช้กุญแจสามารถเดินมาถึงได้ง่าย ไม่ต้องค้นหา

  2. มองเห็นได้แต่ไม่โดดเด่นจนเกินไป ไม่ควรซ่อนจนหายาก แต่ก็ไม่ควรวางตรงจุดที่ดึงดูดความสนใจคนแปลกหน้ามากเกินไป

  3. แข็งแรง ผนังปูน เสาเหล็ก หรือราวโลหะ ยึดได้มั่นคง

  4. ไม่โดนแดดจัดตลอดวัน แม้กล่องเก็บกุญแจอัจฉริยะ EasyLife จะทนอุณหภูมิได้ถึง 40°C และมาตรฐาน IP55 แต่การวางในร่มหรือบริเวณที่มีหลังคากันแดดจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ดีกว่า เมื่อเลือกตำแหน่งได้แล้ว ยึดกล่องด้วยน็อตที่ให้มาหรือใช้สายล็อกพันรอบโครงสร้างถาวรก็ได้

ขั้นตอนที่ 3 ใส่ถ่านและเปิดใช้งาน
เปิดฝาด้านหลังหรือด้านล่างของกล่องแล้วใส่ถ่าน AA 2 ก้อนให้ถูกขั้ว แล้วปิดฝากลับ กล่องจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ หน้าจอหรือไฟแสดงสถานะจะติดขึ้นมาทันที

ข้อแนะนำ จดหรือบันทึกวันที่ใส่ถ่านไว้ด้วย เพราะแบตมีอายุประมาณ 1 ปี การจดไว้ช่วยให้ไม่ลืมเปลี่ยนก่อนหมด ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อแบตใกล้หมดผ่านแอป

ขั้นตอนที่ 4 ดาวน์โหลดและตั้งค่าแอป 
ค้นหา "EasyLife Smart Lock" ใน App Store หรือ Google Play แล้วดาวน์โหลดฟรี สมัครบัญชีด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นทำตามขั้นตอนนี้

  1. เชื่อมต่อกล่อง เปิด Bluetooth บนมือถือ แล้วกดปุ่ม "เพิ่มอุปกรณ์" ในแอป สแกน QR Code ที่อยู่บนตัวกล่องหรือในคู่มือ แอปจะเชื่อมต่อกล่องให้อัตโนมัติ

  2. ตั้งรหัส PIN หลัก ตั้งรหัส 4-8 หลักที่จำได้ง่ายแต่เดาได้ยาก หลีกเลี่ยงรหัสที่เดาได้ง่ายเช่น 1234 หรือวันเกิด

  3. ตั้งชื่อกล่อง ตั้งชื่อที่จำง่าย เช่น "บ้านพัทยา" หรือ "ออฟฟิศชั้น 3" จะช่วยมากถ้าใช้หลายกล่องพร้อมกัน

ขั้นตอนที่ 5 วางกุญแจสำรองในกล่อง
นำกุญแจที่ต้องการจัดเก็บวางเข้าไปในกล่อง ถ้ามีหลายดอกแนะนำติดป้ายกำกับแต่ละดอกให้ชัดเจนก่อนเพื่อป้องกันความสับสน จากนั้นปิดฝากล่องแล้วล็อกด้วยรหัสที่ตั้งไว้

ทดสอบก่อนใช้จริง ลองกดรหัสเปิดกล่อง 2-3 ครั้ง และลองเปิดจากแอปด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้ปกติก่อนที่จะพึ่งระบบจริงๆ

ขั้นตอนที่ 6 ส่งรหัสให้คนแรก
นี่คือฟีเจอร์ที่ทำให้ กล่องเก็บกุญแจอัจฉริยะ EasyLife แตกต่างจากกล่องทั่วไปมากที่สุด ในแอปมีรหัส 3 ประเภทให้เลือก

  1. OTP รหัสชั่วคราว ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วหมดอายุ เหมาะสำหรับช่างซ่อมหรือคนส่งของที่เข้ามาครั้งเดียว

  2. Period Password รหัสช่วงเวลา กำหนดได้ว่าใช้ได้วันไหน เวลาไหน เช่น วันจันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 น. เหมาะสำหรับพนักงานหรือแม่บ้านที่เข้าเป็นประจำ

  3. Static Password รหัสถาวร  สำหรับสมาชิกในครอบครัวหรือคนที่ต้องเข้าออกตลอดเวลาโดยไม่มีข้อจำกัด

  4. เมื่อสร้างรหัสแล้ว กด Share ส่งให้ผู้รับผ่าน LINE หรือ SMS ได้เลย

สิ่งที่ควรทำหลังติดตั้งเสร็จ

  • เก็บกุญแจสำรองของกล่องไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ใช่ไว้ในกล่องเดียวกันนะคะ แนะนำเก็บไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศแยกต่างหาก สำหรับกรณีฉุกเฉินที่แบตหมดหรือลืมรหัสทุกช่องทาง

  • เปิดการแจ้งเตือนในแอป เพื่อรับแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการเปิดกล่อง

  • ทดสอบระบบทุก 3 เดือน ลองกดรหัสและเปิดแอปเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างยังทำงานได้ปกติ

 

ถ้าอ่านแล้วยังนึกภาพไม่ออก หรืออยากดูแบบมีรูปประกอบทีละขั้นตอน เรามีหน้า คู่มือการใช้งาน แบบละเอียดให้ดูเพิ่มได้เลย ดูคู่มือการใช้งานทั้งหมด
หรือถ้ามีคำถามเพิ่มเติม ทักมาที่ LINE ทีมงานยินดีช่วยเหลือทุกวันค่ะ


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 เหตุผลที่ทุกบ้านและทุกธุรกิจควรมีกล่องเก็บกุญแจ
ถามตัวเองตรงๆ ว่า ตอนนี้กุญแจสำรองของบ้านคุณอยู่ที่ไหน? ถ้าคำตอบคือ "ไม่รู้" หรือ "น่าจะอยู่ที่บ้านเพื่อน" หรือ "ซ่อนไว้ใต้พรม" นั่นหมายความว่าบ้านของคุณกำลังเสี่ยงอยู่โดยไม่รู้ตัว
ทำไมควรใช้กล่องเก็บกุญแจ
ลองนึกย้อนกลับไปว่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณเคยเสียเวลาหากุญแจ เคยต้องรีบกลับบ้านเพื่อเปิดประตูให้ใครสักคน หรือเคยกังวลว่ากุญแจสำรองอยู่ในมือคนที่ไม่ควรถือบ้างไหม ถ้าคำตอบคือเคย นั่นหมายความว่าคุณกำลังจ่ายราคาของการไม่มีระบบจัดการกุญแจที่ดีพออยู่ทุกวัน ทั้งในแง่เวลา ความเครียด และความปลอดภัย
การบันทึกการเข้าใช้งาน (Access Records) สำคัญยังไง
ลองนึกภาพว่าวันหนึ่งคุณกลับมาถึงออฟฟิศแล้วพบว่าเอกสารสำคัญหายไป หรือกลับมาที่บ้านเช่าแล้วพบว่าของในห้องถูกขโมย คำถามแรกที่ต้องตอบคือ "ใครเข้ามาในสถานที่นี้บ้างและเมื่อไหร่?" ถ้าคุณไม่มีระบบบันทึกการเข้าใช้งาน คำถามนั้นจะไม่มีคำตอบเลยค่ะ และนั่นคือปัญหาที่ใหญ่กว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียอีก
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy